ผมร่วง ผมบาง วิธีแก้ผมร่วง ผมร่วงเยอะมากทำไงดี รักษาหัวล้าน

ผมร่วง ผมบาง

ปัญหา ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่ใครหลายๆคนไม่อยากประสบพบเจอในชีวิต เพราะนอกจากจะทำให้หมดสวยหมดหล่อ ยังทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจ บุคลิกภาพ บางคนผมร่วงจนทำให้ผมบางไม่กล้าออกไปพบใครเลย ไม่กล้าเข้าสังคม เป็นเพราะความอายและขาดความมั่นใจ ผมร่วงเป็นกระจุก ผมบางอย่างเห็นได้ชัด เป็นสิ่งที่เราควรตระหนักเนื่องจากผมร่วงอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่งผลให้ผมบาง สาเหตุอาจมาจาก แพ้ยาสระผม เช็คผมไม่แห้ง โดยที่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เราหัวล้าน

ผมร่วงเยอะมากทำไงดี

ก่อนจะถามว่าเราจะใช้วิธีแก้ไขปัญหาผมร่วงอย่างไรดี เราจะต้องรู้ก่อนว่า แบบไหนที่เรียกว่าผมร่วง แบบไหนที่เรียกว่าผมบาง โดยยกตัวอย่างได้จากการสังเกตุ ซึ่งโดยปกติทั่วไปเส้นผมจะร่วงวันละ 50-100 เส้นต่อวัน แต่อาการผมร่วงเส้นผมจะร่วงมากกว่าวันละ 100-300 เส้น (บางคนถามว่าจะรู้ได้ไงใครจะมานั่งนับเส้นผม) ผมแนะนำว่าให้ดูและประมาณเอานะครับ ซึ่งตามธรรมชาติของมนุษย์รากผมจะมีอายุได้นานสูงสุดประมาณ 3 ปี โดยจะผลิตเคราตินเพื่อทับเส้นเก่าให้ยาวขึ้นโดยเฉลี่ยเดือนละ 1 ซม. แต่ก็จะมีบางส่วนที่มีการทยอยหยุดการเติบโตและบางส่วนงอกขึ้นมาดันรากเดิมจนทำให้ผมร่วง ซึ่งทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน และจะเป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ผมร่วง

สาเหตุของผมร่วง

สาเหตุผมร่วง อาจจะหาสาเหตุจากการสังเกตุอย่างเดียวไม่ได้ เพราะอาการผมร่วงเกิดจากหลายสาเหตุ หากเข้าคลินิคโดยเฉพาะจะสังเกตุได้ว่า จะมีการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด บางกรณีจะต้องอัลตราซาวนด์ เจาะเลือด หรือตัดชิ้นเนื้อบริเวฯที่ผมร่วง เพื่อนำส่งไปตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้ทำการรักษาที่ถูกวิธีต่อไป ซึ่งสาเหตุผมร่วง ผมบาง และศีรษะล้าน สามารถจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  • แบบไม่มีแผลเป็น (Nonscarring Alopecia)
  • แบบมีแผลเป็น (Scarring Alopecia)

ซึ่งในที่นี้จะขอพูดถึง ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น เนื่องจากว่าพบผู้ป่วยประเภทนี้มากที่สุด และบ่อยที่สุด โดยพบว่ามาจากสาเหตุหลักๆ ดังนี้

  • กรรมพันธุ์ – พบว่า 85% ของผู้หญิงศีรษะล้าน ผมบาง จะมีอาการที่พบได้บ่อยๆ คือ จะมีอาการผมบาง ศีรษะล้าน โดยจะพบบริเวณ
    กลางศีรษะ ซึ่งจะมีความร้ายแรง 3 ระดับ และลักษณะผมด้านหน้าจะไม่ถอยร่นเข้าไปเหมือนผู้ชาย
    ระดับที่ 1 : ลักษณะเบื้องต้นจะมีผมบางแต่ยังไม่แสดงออกมากนัก จะพบเห็นได้ชัดตามรอยแสกกลางผม เส้นผมจะเริ่มเบาบางและมีขนาดเส้นผมเล็กลง สามารถรักษาโดยการใช้ยาบำรุงดูก่อน ซึ่งไม่จำเป็นถึงขั้นจะต้องปลูกผม
    ระดับที่ 2 : กลางศีรษะจะเริ่มล้าน ผมเริ่มบางมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสังเกตุดีๆจะเห็นว่าเริ่มเห็นหนังศีรษะ ศีรษะจะล้านขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขั้นนี้สามารถรักษาด้วยการปลูกผม และใช้ยาบำรุง อาทิเช่น ยาป้องกันผมร่วง เพื่อไม่ให้ผมเดิมหลุดร่วงมากขึ้น เป็นต้นเหตุของผมบางลง ถ้าหากว่าใครปลูกผมและไม่ใช้ยาบำรุงควบคู่กันไป อาจจะต้องมาปลูกผมเป็นครั้งที่ 2
    ระดับที่ 3 : ผมบางอย่างเห็นได้ชัดเห็นหนังศีรษะชัดเจน ศีรษะล้านจะขยายวงกว้างออกไปด้านข้าง ซึ่งสามารถใช้วิธีการปลูกผมเหมือนระดับที่2 แต่ระดับนี้ไม่ค่อยได้ผลดีเท่าไหร่นัก จึงแนะนำได้แค่การใส่วิกแทนนั่นเอง
  • สาเหตุอื่นๆ – นอกจากกรรมพันธุ์ที่เป็นสาเหตุหลักของอาการ หัวล้าน ยังมีอีกหลายสาเหตุที่พบได้ประมาณ 15% อาจจะเกิดจากโรค ภาวะต่างๆ หรือยาบางชนิด  ดังนี้
    โรคผมร่วงชนิดเป็นหย่อม (Alopecia Areata)
    โรคจิตที่ชอบถอนผมตัวเอง (Trichotillomania)
    โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
    โรคผิวหนังบางชนิด (เช่น โรคเรื้อน, เชื้อราบนหนังศีรษะ, สะเก็ดเงิน)
    โรคโลหิตจาง
    โรคไตเรื้อรัง
    โรคไฮโปไทรอยด์
    โรคซิฟิลิส
    โรค SLE
    โรค PCOS
    ภาวะหลังการคลอดบุตร
    ภาวะหลังหมดประจำเดือน
    ภาวะหลังการผ่าตัด
    ภาวะหลังการลดน้ำหนักมาก
    เนื้องอกของรังไข่ที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย
    ยาคุมกำเนิดบางชนิด
    ยาลดความดัน
    ยาลดไขมันในเลือด
    ยาเคมีบำบัด
    ยากันชัก
    ยารักษาภาวะซึมเศร้า
    ยาเบต้าบล็อกยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
    ความเครียด
    สุขภาพอ่อนแอ
    การรวบผมที่แน่นมากจนเกินไปอยู่ตลอดเวลา (traction alopecia)

ผมร่วง

วิธีป้องกันผมร่วง

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับวัย กินอาหารที่ถูกหลักอนามัย ให้เน้นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกาย ขั้นต่ำไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดรับประทานอาหารที่มีการใส่ผงชูรสมากเกินไป งดการดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น เหล้า เบียร์ หรือแม้แต่การสูบบุหรี่
  2. สระผมอย่างถูกวิธี โดยการสระผมไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรงๆ แต่ให้ทำการนวดหนังศีรษะแทน โดยมีวิธี คือ ใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลม วนไปเรื่อยๆแบบนวดผ่อนคลาย ซึ่งนอกจากการนวดศีรษะเบาๆ จะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศรีษะ ยังช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดที่สะสม และระบบไหลเวียนโลหิตยังดีขึ้นอีกด้วย
    ข้อควรระวัง : ไม่ควรสระผมเกินวันละ 1 ครั้ง โดยก่อนการสระผมด้วยยาสระผมหรือแชมพู ควรจะล้างผมด้วยน้ำเปล่าให้ทั่วศีรษะใช้เวลาประมาณ 10-15 วินาที และไม่ควรหยดแชมพูสระผม ลงบนศีรษะโดยตรง เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ละคันได้
  3. เลิกลดความอ้วนแบบผิดๆ หรือ เลิกไดเอดแบบผิดวิธี เนื่องจากเห็นบางคนลดความอ้วนด้วยการไม่กินเนื้อสัตว์ หรือกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เนื่องด้วยโปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อเส้นผมเป็นอย่างมาก ตามหลักสุขอนามัย ร่างการของเราจะต้องได้รับโปรตีนอย่างเหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 46 กรัม หรือถ้าคิดเป็นเปอเซ็นต์จะอยู่ที่ 20-30% ต่อสารอาหารที่ร่างกายสมควรจะได้รับต่อวัน ซึ่งถ้าคุณยังลดน้ำหนักแบบผิดๆ อาทิเช่น ไม่ออกกำลังกายแต่ลดอาหารการกิน คุณคงไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังเลยว่า ทำไมผมถึงร่วง ทำไมผมถึงบาง
  4. หยุดการสระผมด้วยน้ำอุ่น หลายคนคิดว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆได้ บางคนติดเป็นนิสัย ต้องอาบน้ำสระผมด้วยน้ำอุ่นทุกวัน แต่ใครจะไปรู้ว่าน้ำอุ่นที่เรากำลังใช้สระผมหรือศีรษะอันแสนรักของเรา เป็นตัวร้ายที่จะทำลายเส้นผม ส่งผลให้ ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง ผมหลุดร่วง ดังนั้นวิธีแก้ไขให้เราใช้น้ำอุณหภูมิปกติ จะช่วยลดปัญหาไม่ให้ ผมร่วง
  5. ดูแลสุขภาพตัวเอง ทำจิตใจให้ผ่องใส ร่าเริงอยู่เสมอ ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองสบายใจเพื่อไม่ให้เกิดความเครียด อาทิเช่น การออกกำลังกาย ช่วยลดปัญหาเรื่องเครียดๆและยังช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้สมดุล เพราะความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาผมร่วง
  6. แชมพูและครีมนวดผม จะต้องเหมาะสมกับสภาพเส้นผม อาทิเช่น การเลือกใช้แชมพูที่มีความเป็นด่างน้อย หรือมีส่วนประสมของธรรมชาติ (Oranic) และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย คือ เส้นผมต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้เวลาเลือกซื้อแชมพู ยาสระผม ครีมนวดผม ให้ดูที่ฉลากนิดนึงว่ามีสารอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อเส้นผมและหนังศีรษะของเราหรือไม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเส้นผมของเรานั่นเอง
  7. ผมเปียกชื้นคือผมที่อ่อนแอ การหวีผมแรงๆมีผลเสียต่อรากเส้นผม แต่ถ้าผมเปียกแล้วทำรุนแรง อาทิเช่น หวีแรงๆ สะบัดแรงๆ ดึงแรงๆ จะทำให้เส้นผมแตกปลาย ดังนั้นการหวีผมหรือการใช้ผ้าขนหนูเช็คผม ให้ค่อยไล่เช็คอย่างเบาๆ เพราะการสระผมจะมีสารเคลือบผมและโปรตีนจากแชมพู ถ้าเราเล่นเช็คแรงๆ รับรองว่าสารเคลือบหลุดออกหมดแน่นอน แต่ก็อย่าให้ผมชื้นมากเกินไปนะ เพราะถ้าเช็คหัวไม่แห้งและนอนเลยนี่ หัวล้านได้เลยนะ
  8. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม อาทิเช่น การใช้ไดร์เป่าผม การใช้ที่หนีบผมด้วยความร้อน เพราะส่วนใหญ่จะเห็นว่าผู้หญิงชอบใช้ไดล์เป่าผมและที่หนีบผมเป็นประจำ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ห้ามแต่อย่าใช้บ่อยไป เพราะเป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรง เพราะผมหลังสระจะมีสารอาหารจำพวกโปรตีนและสารเคลือบผม เมื่อโดนความร้อนจากดีจะกลายเป็นร้ายทันที ส่งผลให้ผมเสีย ผมแตกปลาย ผมบาง ผมหลุดร่วง ในที่สุด วิธีแก้ไขให้ใช้พัดลมธรรมดาๆเป่าผมแทน หรือถ้าไม่ถนัดให้ใช้ไดล์เป่าผมที่มีการปรับร้อนปรับเย็นธรรมดาได้ บางคนจำเป็นต้องใช้ไดล์ร้อนเป่าผม แนะนำให้ถือห่างจากศีรษะประมาณ 1 ฟุต หรือหาซื้อเซรั่มเคลือบผมที่มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนให้กับเส้นผม เพื่อป้องกันผมร่วงได้
  9. แอลกอฮอล์ของผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เป็นการทำให้ผมแห้งเสียแตกปลาย เพราะผลิตภัณฑ์จำพวกนี้จะมีเนื้อหนา เพื่อช่วยในการจัดทรงให้อยู่ตลอดทั้งวันได้ ซึ่งถ้าเราจะจัดทรงให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อสารเบาบาง อาทิเช่น สเปรย์ฉีดผม นอกจากจะไม่ทำให้ผมเหนียวจนเรารำคาญยังช่วยลดปัญหาผมแห้งเสีย ปัญหาหลักของผมร่วง
  10. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ผู้หญิงอย่าหยุดสวย แต่การสวยต้องไม่ทำร้ายตัวเอง อย่างเช่น การย้อมสีผม การยืดผม ตอนแรกๆทำไปก็จะสวยๆหน่อย แต่หลังๆจะเห็นได้ว่าผมจะแตกปลาย ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่ที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ยืดผม ย้อมสีผม ด้วยครับ
  11. รักษาความสะอาดของอุปกรณ์ทำผมอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อาทิเช่น หวี แปรง บางคนหวีดำหมดแล้วยังใช้หวีอยู่ ถ้าใช้หวีไปเรื่อยๆลองสังเกตุตรงซอกหวีหรือแปรงให้ดีๆ จะเห็นคราบดำหรือสิ่งสกปรก ส่วนใหญ่พบว่าเป็นน้ำมันเคลือบผม ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อโรคเลยทีเดียว แล้วคิดดูว่าพึ่งจะสระผมให้สะอาด แต่กลับเอาหวีที่มีแหล่งเชื้อโรคไปหวี เท่ากับว่าก็ไม่มีประโยชน์แถมเชื้อโรคที่ว่ามาจะไปหมักหมมทำให้เป็นเชื้อรา เมื่อเป็นเชื้อราก็จะทำให้ผมหลุดร่วงได้
  12. ไม่ล้มตัวลงนอนขณะที่ผมยังเปียกชื้นอยู่ เนื่องจากเป็นการอับชื้อนและเกิดเชื้อราได้ เพราะถ้าเราเช็คหัวไม่แห้ง เชื้อราจะจับตัวเป็นกลุ่มบริเวณหลังศีรษะและจะทำลายหนังศีรษะของเราจนเป็นหัวล้าน สังเกตุได้ว่าถ้าเรานอนขณะผมเปียก ตื่นขึ้นมาจะมีกลื่นเหม็นอับ และจะมีอาการคัน หรือเป็น รังแคเต็มหัว ทำให้กัดกร่อนรากผมให้อ่อนแอ สุดท้ายจึงทำให้ผมหลุดร่วงในที่สุด
  13. ไม่ถักเปียแน่นจนเกินไป หรือ มัดผมแน่นเกินไป เพราะ การมัดผม หรือ การรวบผม เป็นการดึงเส้นผมให้ตึง ทำให้รากผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปตามธรรมชาติ ดังนั้นเวลาว่างไม่ออกไปไหนให้ปล่อยผมไปเลย อย่าพยายามมัดผมบ่อย หรือถักเปียบ่อยๆ บางคนถามว่า ถักเปียบ่อยๆส่งผลให้ผมเสียไหม ตอบว่ามีครับแต่ไม่มาก ดังนั้นควรปล่อยผมตามธรรมชาติบ้าง อย่าปรุงแต่งอะไรมากมาย เพราะการปรุงแต่งส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีหรือการทำลายในตัวมันเอง และผมจะร่วงน้อยลงไปนั่นเอง
  14. แชมพูแห้งหลังสระ ทำร้ายเส้นผม คุณผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาจัดทรงผมเสร็จชอบใช้แชมพูแห้ง เพราะต้องการความหอมและสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการ สระผม เป่าไดล์ผม แต่ผลเสียคือ แชมพูแห้ง จะมีสารเคลือบตกค้างบนเส้นผม ทำให้เส้นผมเกิดการอุดตัน เมื่ออุดตันจะทำให้หนังศีรษะและเส้นผมไม่สามารถรับสารบำรุงอะไรได้ ทำให้เกิดผมเปราะบาง ผมหลุดร่วง ดังนั้นหากไม่จำเป็นให้เราพร้อมและเสียเวลาให้กับความสวยความหล่อของตัวเองสักนิด เพื่อไม่ทำให้ผมของเราบาง และจะมาเสียใจทีหลังว่าตัวเองศีรษะล้าน ควรสระผมด้วยน้ำอีกกว่า
  15. นอกจากแดดจะส่งผลเสียต่อผิว แดดยังส่งผลเสียต่อหนังศีรษะอีกด้วย โดยเฉพาะแดดช่วง 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมงเย็น เพราะช่วงระยะเวลานี้ รังสียูวี (UV) จะส่งผลให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้นและทำลายสารเคลือบเส้นผม ดังนั้นการป้องกันให้ชโลมเซรั่มบำรุงเส้นผม ที่มีส่วนประสมของสารกันแดด หาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและใช้ปกป้องเส้นผมของคุณได้จริงๆ จะช่วยให้เส้นผมของเราสุขภาพดีขึ้นนั่นเอง
  16. ควรล้างผมให้สะอาดหลังจากการว่ายน้ำ ออกกำลังกาย หรือวิ่งเล่นตามที่ต่างๆ เพราะเหนื่อยจะเป็นจุดสะสมเชื้อโรค ส่วนการว่ายน้ำ ส่วนใหญ่จะมีสารจำพวก สารคลอรีน น้ำยาแก้น้ำขุ่น น้ำยาจำกัดตะไคร่ ซึ่งสารเหล่านี้มีผลเสียต่อผิวหนังและเส้นผม เล่นเสร็จก็อย่าลืมล้างออกด้วยแชมพูและน้ำสะอาดทุกครั้ง
  17. รักษารังแค อาการคันหนังศีรษะ เชื้อราสะสม หนังศีรษะแห้ง และเมื่อเป็นรังแคจะยิ่งคัน พอคันก็จะใช้มือเกา พอเกาก็ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมโดนทำลาย ทำให้ผมหลุดร่วง สังเกตุได้จากสะเก็ดสีขาวๆ ดังนั้นวิธีแก้ไขให้อดใจอย่าเกา ยิ่งเการังแคยยิ่งเยอะ ให้ใช้แชมพูขจัดรังแค หรือ แชมพูที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ก็ได้ หรือถ้าอยากหายไวๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อทำการรักษาต่อไป
  18. สมุนไพรช่วยลดผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน อาทิเช่น ใบสดซองแมว (Gmelina villosa Roxb) หรือ ดอกแค (Sesbania grandiflora Poiret ) วุ้นว่านหางจระเข้ ชาเขียวแท้ สมุนไพรจำพวกนี้จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันผมหลุดร่วง และยังเป็นยาบำรุงเส้นผมให้เติบโตเร็วขึ้นอีกด้วย
  19. ผลข้างเคียงจากยา อาทิเช่น ยาคุมกำเนิด เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ผมหลุดร่วงง่ายเมื่อมีประจำเดือน เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งถ้าหายจากการเป็นประจำเดือนแล้ว ยังมีผมหลุดร่วงอีก อาจจะเกิดจากยาคุมกำเนิด ที่คุณเลือกซื้อรับประทานอยู่ คุณสมบัติของยาคุมกำเนิด จะมีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศชายผสมอยู่ ชื่อว่า ฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาผมบางจากพันธุกรรมลงได้ หรือ บางคนต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ อาทิเช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด หรือยาทุกชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน จะทำให้ผมร่วง เนื่องจากยาประเภทนี้จะมีผลข้างเคียง ถ้าหากว่ากินแล้วผมหลุดร่วง ให้นำตัวยาไปปรึกษาแพทย์เพื่อเปลี่ยนตัวยาต่อไป
  20. นวดศรีษะด้วยมือเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเวลาสระผม ใช้ระยะเวลาเพียงเล็กน้อย วันละ 5-15 นาที นวดบริเวณส่วนหนังศีรษะ ช่วยในการไหลเวียนเลือด โดยอาจจะใช้สมุนไพรช่วยก็ได้ อาทิเช่น วิตามินอี น้ำมันดอกวาเดอร์ น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ แต่ถ้านวดไม่เป็นแนะนำให้หาท่านอนที่ศีรษะต่ำกว่าลำตัว เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆได้ดีขึ้น

ผมร่วง

วิธีแก้ผมร่วง

  1. วิกผม การเลือกใช้วิกผมมาปกปิดศีรษะ จะต้องเลือกให้ดีและรักษาความสะอาดของวิกผมอยู่เสมอ วิกผมจะมี 2 รูปแบบดังนี้
    วิกผมเทียม : ทำมาจากโมโนไฟเบอร์เลียนแบบเส้นผมธรรมดาของมนุษย์ ราคา 1,000-2,000 บาท หาซื้อได้ตามร้านเสิรมสวยทั่วไป
    วิกผมแท้ : สามารถนำมาใช้ได้เหมือนผมของเราจริงๆ อาทิเช่น สระไดล์ ทำสีผม ทุกอย่างจะเหมือนผมของเราเอง โดยราคาจะสูงกว่าแบบวิกผมเทียมหลายเท่าตัว ซึ่งราคาเริ่มต้นคาดว่าประมาณ 10,000 บาท
  2. ผงไฟเบอร์ปิดผมบาง (Hair Building Fiber) วิธีนี้เห็นบอกกันว่าได้ผลดี เนื่องจากเป็นการสร้างเส้นผมให้มากขึ้นโดยใช้ไฟเบอร์เคราดินบริสุทธิ์ เป็นสารประเภทเดียวที่เหมือนเส้นผมของมนุษย์ และอัดด้วยประจุไฟฟ้าสถิต เพื่อทำให้สามารถยึดเกาะกับเส้นผมได้ ซึ่งไฟเบอร์จะไปเกาะที่เส้นผมเป็นการชั่วคราว ทำให้ผมดูแน่นหนาขึ้นอย่างชัดเจน เป็นการช่วยปกปิดเส้นผมที่บางได้ สำหรับคนผมบางเฉพาะจุด ใช้วิธีนี้ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดี วิธีใช้งาน : เขย่าให้ละเอียดโรยลงไปบริเวณที่ผมบาง ผงไฟเบอร์ปิดผม จะมียี่ห้อที่หลายคนใช้กัน อย่างเช่น Toppik , Hairpro , Caboki , Beaver เป็นต้น
  3. ทอผมเทียม เป็นการปิดผมในส่วนที่มีปัญหาผมบาง สามารถทำได้ทั้งชายและหญิง ที่สำคัญสามารถออกแบบทรงบผมได้ตามต้องการ อาทิเช่น ต้องการผมซอยตรง ม้วนผมหยักโศก โดยการทอผมเทียมเป็นการสั่งตัดจากช่างเสริมสวย ราคาประมาณ 10,000-15,000 บาทขึ้นไป
  4. ปลูกผมแบบใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด (Dermal Lens) เป็นการเก็บตัวอย่างเส้นผมเพื่อจำลองแบบพันธุุกรรม โดยจะส่งเข้าห้อง Lab เพื่อเปรียบเทียบการเติบโตแบบธรรมชาติ กับ แบบนำวางบน Lens หนังศีรษะเทียม เป็นวิธีการสร้างเส้นผมเพื่อทดแทนผมเดิมแบบธรรมชาติ ซึ่ง Lens จะใช้แบบที่เป็นรูพรุนทำให้สามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี แล้วเมื่อแปะด้วยน้ำยาพิเศษจะทำให้เกิดความเนียนและไม่เห็นขอบ Lens ซึ่งทำให้ไม่รู้เลยว่า Lens ชนิดนี้ติดอยู่บนหนังศีรษะ
  5. หวีเลเซอร์ เป็นหวีที่ไม่ธรรมดาซะเหลือเกิน เพราะหวีเลเซอร์เป็นหวีที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยเมื่อหวีไปบนเส้นผมจะกระตุ้นรากผมที่อ่อนแอ ช่วยให้คนที่ผมบางดูผมหนาแน่นขึ้น และยังสามารถลดปัญหาผมร่วง ซึ่งหวีเลเซอร์มีจำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์เสริมสวยทั่วไป มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยถึงหลักหมื่น
  6. อาหารเสริมบำรุงผม พูดถึงอาหารเสริมหลายคนคิดจะใช้วิธีนี้ก่อนเลย เนื่องจากว่าแค่กินเข้าไปก็สามารถช่วยลดปัญหาผมร่วงได้ นอกจากจะสะดวกสบายและไม่เจ็บตัวอีกด้วย อาหารเสริมบำรุงผมมีหลายยี่ห้อ ดังๆหน่อยก็ Forcapil รองลงมา GNC WOMEN’S Hair ราคาเบาลงมาหน่อย Skin & Nail Formula ซึ่งอาหารเสริมจำพวกนี้จะมีประโยชน์ต่อเส้นผมและหนังศีรษะเพราะมีส่วนผสมของไบโอดิน แคลเซียม ซิงค์ ซีลีเนียม ทองแดง ซิลิกา โคเอนไซม์คิวเทน วิตามินบีรวม วิตามินอี วิตามินซี โดยวิตามินอาจจะไม่ได้ช่วยในเรื่องของผมหลุดร่วงโดยตรง แต่ยังสามารถช่วยบำรุงสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสุขภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเส้นผมนั่นเอง
  7. ยาสระผมแก้ผมร่วง แชมพูหรือยาสระผมที่สามารถแก้ปัญหาผมหลุดร่วง จะต้องมีความเป็นด่างน้อยพอสมควร แต่ก็ขึ้นอยู่ที่เราเลือกใช้ บางคนใช้ยี่ห้อนนี้ดี อีกคนบอกไม่ดี ก็เพราะปัญหาเส้นผมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หรือจะใช้เป็นแชมพูเด็ก อาทิเช่น โคโดโมะ เป็นต้น ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ สามารถช่วยรักษาผมหลุดร่วงที่ส่งผลมาจากพันธุกรรมโดยตรงนั่นเอง
  8. ใช้แฮร์โทนิคหลังสระผม (Hair Tonic) เป็นการนำแฮร์โทนิคมานวดบนหนังศีรษะเบาๆ ให้ทั่วร่างกาย ซึ่งไม่ต้องทำการล้างออก เพราะจะเคลือบเส้นผมไปในตัว ยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่แนะนำก็จะเป็น DIPSO , Bio , Woman , Sprout เป็นต้น
  9. สมุนไพรแก้ผมร่วง อาทิเช่น
    เหง้าขิงสดนำมาผิงไฟให้อุ่น แล้วตำให้แหลก ใช้เป็นยาพอกวันละ 2-3 ครั้ง (Zingiber officinale Roscoe.)
    ใช้กระเทียมหรือหัวหอมอย่างใดอย่างหนึ่งนำมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมานวดหนังศีรษะ
    เกลือรักษาผมร่วง (ใช้เกลือผสมน้ำอุ่นแล้วนำมารดศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที)
    มะกรูดสระผม (Citrus x hystrix L.)
    ใช้ใบสดซ้องแมว (Gmelina philippensis Cham.) นำมาตำพอกศีรษะ
    กระชาย (Boesenbergia rotunda Mansf.)
    ฟ้าทะลายโจรแคปซูล (Andrographis paniculata Wall ex Ness.)
    เปลือกผลส้มเขียวหวาน (Citrus reticulata Blanco.)
    รากฟักข้าว (Momordica cochinchinensis Spreng.)
    เจียวกู่หลาน (Gynostemma pentaphyllum Makino)
    หญ้าปักกิ่ง (Murdannia loriformis (Hassk.) Rolla Rao et Kammathy)
    น้ำมันจากเมล็ดตะคร้อ (Schleichera oleosa Merr.)
    น้ำคั้นจากใบบัวบกชโลมศีรษะ (Centella asiatica Urban.)
    น้ำใส ๆ ที่อยู่ในโพรงหัวของกล้วยนวล (Musa glauca Roxb.)
    น้ำมันเมล็ดกระเบา (Hydnocarpus anthelminthicus Pierre)
    อัลฟัลฟ่า (Medicago sativa L.)
    ต้นทองพันชั่ง (Rhinacanthus nasutus Kurz)
    ใช้วุ้นจากว่านหางจระเข้ (Aloe vera (L.) Burm.f.) ร่วมกับเนื้อในของเมล็ดสะบ้า (Entada phaseoloides Merr.)
    ยาพอกที่ได้จากใบทับทิม (Punica granatum L.)
    รับประทานผงบอระเพ็ดวันละ 600 mg. (Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f. Thomson)
    น้ำมันมะรุม (Moringa oleifera Lam.)
    หอมแดง (Allium cepa L.)
    ดอกอัญชัน (Clitoria ternatea L.)
    เก๊กฮวย (Dendranthema indicum L.)
  10. บำรุงผมด้วยทรีตเมนต์ ผู้หญิงชอบคำว่า ทรีตเมนต์ สกัดออกมาจากธรรมชาติ ช่วยให้เส้นผมดูเงางามและเส้นหนาขึ้น อย่างเช่น บำรุงผมด้วยน้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันคาโนลา เป็นการทำสมุนไพรต่างๆมานวดบนหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และทำให้น้ำมันเข้าซึมไปถึงหนังศีรษะ เมื่อนวดเสร็จแล้วอย่าพึ่งล้างออกเด็ดขาด ให้นำหมวกอาบน้ำมาคลุมศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง แล้วค่อยทำการล้างออก เมื่อล้างออกแล้วให้ทำการสระผมด้วยแชมพูสระผมที่ไม่เป็นด่างเยอะไป จะทำให้ผมนุ่มและผมดำ แถมยังสามารถลดปัญหาผมร่วง

อ้างอิงข้อมูล : Medthai
เรียบเรียงโดย : Health De